ร้องทุกข์ ร้องเรียน ส่งข้อมูลข่าวสารได้ที่      sittpoj_news1@hotmail.com      sittpojnews.phichit@gmail.com 
ติดตามข่าวสารก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/SittpojNewsPhich
วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
 

                   วันที่ 9 ก.พ. 2559 นายสุเทพ  แก่งสันเทียะ  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพิจิตร และ อาจารย์ กนกกาญจน์  เวชศิลป์  อาจารย์ประจำแผนกวิชาเกษตรอุตสาหกรรมสาขางานเทคโนโลยีข้าว เปิดเผยว่าขณะนี้วิทยาลัยเกษตรพิจิตรได้ส่งเสริมและให้ความรู้กับเกษตรกรในการทำนาแบบไม่ใช้สารเคมีเพื่อเป็นการลดต้นทุน รวมถึงจะได้นำข้าวเปลือกมาแปรรูปเป็นข้าวสารไว้บริโภคในครอบครัวเหลือแล้วจึงนำไปขายในชุมชนจึงได้เปิดโรงสีชุมชนภายในวิทยาลัยเกษตรพิจิตร ซึ่งเป็นโรงสีขนาดกลางมีกำลังการแปรรูปได้ชั่วโมงละ 500 กก. โดยขอรำและปลายข้าวเป็นค่าดำเนินการ ซึ่งปรากฏว่าชาวนาในรัศมี 15 กม. จาก อ.สามง่าม อ.เมืองพิจิตร อ.วชิรบารมี ต่างนำข้าวเปลือกมาเข้าคิวสีข้าวเป็นข้าวสารกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพราะโรงสีชุมชนแห่งนี้สามารถลดรายจ่ายเรื่องการซื้อข้าวสารบริโภคของชาวนาได้จริง จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนว่าชาวนาควรปลูกข้าวปลอดสารเคมีแล้วกินข้าวของตนเองหรือนำไปบรรจุถุงขายสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของตนต่อไป

วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

                   ในส่วนของ นายชยพล เกิดแพ  อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 2 ต.หนองหลุม อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ทำนา 12 ไร่   และเป็นนายกสมาคมชาวนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดพิจิตร ซึ่งนำข้าวเปลือกมาสีเป็นข้าวสารที่โรงสีของ วิทยาลัยเกษตรพิจิตร เล่าว่า ตนเองและสมาชิกของสมาคมชาวนาฯทำนาแบบไม่ใช้สารเคมีแต่ผลิตจุลินทรีย์จาวปลวกและทำฮอร์โมนรวมถึงสารไล่แมลงจากพืชสมุนไพรมีต้นทุนการทำนาเพียงไร่ละ 1,023 บาท ต่อ ไร่ เมื่อได้ผลผลิตก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือเอาไว้เป็นพันธุ์ข้าวปลูก ขายเป็นข้าวเปลือกและแปรรูปเป็นข้าวถุงขาย รวมถึงแปรรูปเก็บไว้กินในครอบครัว วันนี้นำข้าวพันธุ์ช่อราตรีจำนวน 1,270 กก. ซึ่งถ้าขายเป็นข้าวเปลือกก็จะได้ตันละ 8,000 บาท หรือเป็นเงิน 10,160 บาท จึงตัดสินใจนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารได้ข้าวสาร 100% จำนวน 545 กก. เป็นข้าวท่อน 50 กก. ส่วนรำและปลายข้าวท่อนยกให้ ว.เกษตรพิจิตร เป็นค่าดำเนินการซึ่งจะนำข้าวสารไปบรรจุถุงคาดว่าจะขายได้เงินมากถึง 20,000 บาทเศษ ซึ่งได้มากกว่าขายเป็นข้าวเปลือกเกือบ 1 เท่าตัว ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ของชาวนาพิจิตรในการทำนาแบบไม่ใช้สารเคมีปลูกข้าวแล้วขายเป็นข้าวสารแทนการขายข้าวเปลือกให้กับโรงสี

วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

                   เช่นเดียวกับ นายสายชล  สิทธิสิงห์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 4 บ้านวังกระดี่ทอง ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งทำนาปลูกข้าวหอมมะลิ 50 ไร่ ที่แบ่งข้าวเปลือกไว้ที่บ้านประมาณ 3 ตัน ก็นำข้าวเปลือกมาเข้าคิวรอแปรรูปให้สัมภาษณ์ว่าในครอบครัวมี 5 คน รวมถึงภรรยาก็ขายข้าวราดแกง ข้าวผัดพริก ผัดกระเพรา อยู่ในหมู่บ้านก็ได้อาศัยโรงสีชุมชนภายใน วิทยาลัยเกษตรพิจิตร แปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารไว้กิน ไว้ขาย ลดรายจ่ายได้มากเลยทีเดียว

วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
วิทยาลัยเกษตรพิจิตรเปิดโรงสีช่วยชาวนาแปรรูปข้าวสารไว้กินไว้ขายช่วยลดรายจ่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

                   ในส่วนของ นายจิโรจ แคะลิ้ม “ลุงสมบัติ”อายุ 57 ปี ช่างประจำโรงสีข้าวของ วิทยาลัยเกษตรพิจิตร เล่าให้ฟังว่าโรงสีแห่งนี้ตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 โดยการสนับสนุนของรัฐบาลตนเองเป็นนักการภารโรงแต่มีความรู้ด้านช่างเครื่องจึงไปอบรมและมีความชำนาญในการควบคุมเครื่องจักรในโรงสี ยอมรับว่ามีผู้มาใช้บริการอย่างต่อเนื่องเพราะทางวิทยาลัยคิดค่าบริการถูกมาก ดังนั้นหากเกษตรกรท่านใดสนใจจะนำข้าวมาสีสามารถติดต่อจองคิวได้ที่ ลุงสมบัติ โทร 081-9737095 หรือ อ.กนกกาญจน์ โทร 089-7065405

 
แบ่งปันใน facebook