ร้องทุกข์ ร้องเรียน ส่งข้อมูลข่าวสารได้ที่      sittpoj_news1@hotmail.com      sittpojnews.phichit@gmail.com 
ติดตามข่าวสารก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/SittpojNewsPhich
พิจิตรเหตุภัยแล้งการท่องเที่ยวเหงาบึงสีไฟ5,300ไร่น้ำแห้งขอดศาลากลางน้ำประกาศปิดปรับปรุง
 

                      วันที่ 11  ก.พ. 2559  นางฉัตรพร  ราษฎร์ดุษดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการที่จะฟื้นฟูบึงสีไฟซึ่งถือเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ของเมืองพิจิตรซึ่งมีพื้นที่กว่า 5,300 ไร่ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร ต.ท่าหลวง ต.เมืองเก่า ต.คลองคะเชนทร์ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามคำขวัญที่ว่า “พิจิตรบึงสีไฟลือเลื่อง ตำนานเมืองชาละวัน”ว่าขณะนี้ได้เตรียมงบประมาณไว้เกือบ 2 ล้านบาท เพื่อจะขุดลอกบริเวณแหล่งท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในจุดที่ตั้งของศาลากลางน้ำแต่ปรากฏว่าพื้นที่ของบึงสีไฟได้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ อีกทั้งมีกรมเจ้าท่าเป็นผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมาย ดังนั้นการที่จะพัฒนาจะต้องถูกหลักเกณฑ์ EIA  HIA  โดยล่าสุดจังหวัดพิจิตรได้ขอความร่วมมือจากมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าจะมาทำการสำรวจเพื่อเขียนเป็นแผนแม่แบบในการพัฒนา ซึ่งจะมุ่งเน้นในการเติมน้ำเข้าบึงมากกว่าการขุดบึงสีไฟเพราะถ้าขุดไปแล้วไม่สามารถเติมน้ำเข้าบึงสีไฟได้ก็เปล่าประโยชน์ โดยมูลนิธิอุกพัฒน์ฯที่เคยได้มาประชุมกับผู้เกี่ยวข้องหลายครั้งชี้จุดทางน้ำเข้าบึงสีไฟในหลายเส้นทางและระบุว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 นี้จะสำรวจแล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้ได้แนวระดับ ที่สูง ที่ต่ำ ที่ลุ่ม จากนั้นจึงจะเข้าสู่ขบวนการฟื้นฟูบึงสีไฟอย่างมีรูปแบบต่อไป

พิจิตรภัยแล้งการท่องเที่ยวเหงาบึงสีไฟ5,300ไร่น้ำแห้งขอดศาลากลางน้ำประกาศปิดปรับปรุง
พิจิตรภัยแล้งการท่องเที่ยวเหงาบึงสีไฟ5,300ไร่น้ำแห้งขอดศาลากลางน้ำประกาศปิดปรับปรุง
พิจิตรภัยแล้งการท่องเที่ยวเหงาบึงสีไฟ5,300ไร่น้ำแห้งขอดศาลากลางน้ำประกาศปิดปรับปรุง
พิจิตรภัยแล้งการท่องเที่ยวเหงาบึงสีไฟ5,300ไร่น้ำแห้งขอดศาลากลางน้ำประกาศปิดปรับปรุง
พิจิตรภัยแล้งการท่องเที่ยวเหงาบึงสีไฟ5,300ไร่น้ำแห้งขอดศาลากลางน้ำประกาศปิดปรับปรุง
พิจิตรภัยแล้งการท่องเที่ยวเหงาบึงสีไฟ5,300ไร่น้ำแห้งขอดศาลากลางน้ำประกาศปิดปรับปรุง
พิจิตรภัยแล้งการท่องเที่ยวเหงาบึงสีไฟ5,300ไร่น้ำแห้งขอดศาลากลางน้ำประกาศปิดปรับปรุง

                        ในส่วนของผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตรขณะนี้ส่งผลไปถึงการท่องเที่ยวแล้วโดยเฉพาะที่บึงสีไฟ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ มีพื้นที่กว่า 5,300 ไร่ ตั้งอยู่กลางเมืองของเขตเทศบาลเมืองพิจิตร แต่ปรากฏว่าขณะนี้น้ำแห้งขอดเห็นดินแห้งแตกระแหงฝูงปลาน้อยใหญ่รวมถึงระบบนิเวศและสภาพสิ่งแวดล้อมแทบไม่มีอะไรหลงเหลือให้เห็นภายในบึงสีไฟก็มีแต่ป่าวัชพืช มีเพียงพื้นที่บริเวณศาลาเก้าเหลี่ยมซึ่งเป็นที่แสดงพันธุ์ปลาเป็นจุดที่ลุ่ม จึงทำให้ยังพอหลงเหลือให้เห็นว่ามีน้ำขัง โดยสรุปในบึงสีไฟมีปริมาณน้ำเหลือให้เห็นได้ไม่ถึง 10%ของพื้นที่ ส่วนศาลาชมวิวกลางน้ำซึ่งถือเป็นห้องรับแขกของชาวพิจิตร ศาลาไม้ก็ผุพังเทศบาลเมืองพิจิตรประกาศปิดห้ามใช้บริการจึงทำให้ขณะนี้บึงสีไฟซึ่งเป็นหนึ่งในคำขวัญที่ว่า “พิจิตรบึงสีไฟลือเลื่อง ตำนานเมืองชาละวัน”กำลังเข้าสู่จุดวิกฤตที่ชาวพิจิตรและนักท่องเที่ยวเห็นแล้วต่างเศร้าใจไปตามๆกัน

 
แบ่งปันใน facebook