ร้องทุกข์ ร้องเรียน ส่งข้อมูลข่าวสารได้ที่      sittpoj_news1@hotmail.com      sittpojnews.phichit@gmail.com 
ติดตามข่าวสารก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/SittpojNewsPhich
ผู้ว่าฯพิจิตรจับมือร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์และทหาร
เปิดยุทธการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟสร้างทัศนียภาพสวนสมเด็จย่า
 
                    วันที่ 24 ก.พ. 2559 นางฉัตรพร  ราษฎร์ดุษดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งของ จ.พิจิตร ยอมรับว่าส่งผลกระทบถึงบึงสีไฟ แหล่งน้ำใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ เนื้อที่ 5,300 ไร่ เป็นที่ตั้งของสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สวนสมเด็จย่า ขณะนี้น้ำแห้งขอดไปกว่า 90% ล่าสุดประชุมร่วมกับ พล.ต.ผดุง  ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้ประสานงานกองทัพบกและเจ้าที่ของมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ รวมถึง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) สสนก. ได้แนวทางสรุปว่าจะต้องขอน้ำจากเขื่อนนเรศวรเติมเข้าบึงสีไฟหรืออาจต้องสูบน้ำจากแม่น้ำน่านผ่านคลองบ้านไผ่สีรุณระยะทาง 5 กม. เพื่อสูบน้ำเข้ามาในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยพันธุ์ปลาในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ โดยจะตั้งคันดินเพื่อกักเก็บน้ำเฉพาะจุดท่องเที่ยวนี้เท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นๆคงต้องยอมปล่อยให้เป็นไปตามสภาพของภัยแล้งเนื่องจากน้ำมีจำนวนจำกัดจึงไม่สามารถที่จะทำให้พื้นที่ของบึงสีไฟทั้งหมดมีน้ำได้ เหตุเพราะภัยแล้งที่รุนแรง
ผู้ว่าฯพิจิตรจับมือร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์และทหารเปิดยุทธการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟ
ผู้ว่าฯพิจิตรจับมือร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์และทหารเปิดยุทธการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟ
ผู้ว่าฯพิจิตรจับมือร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์และทหารเปิดยุทธการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟ

                    ในการประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขบึงสีไฟพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ ที่วันนี้เจอพิษภัยแล้ง น้ำเหลือเพียงแค่ไม่ถึง 10%นั้น นางฉัตรพร  ราษฎร์ดุษดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นายบุญเวทย์   ศรีพวงใจ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร , นายประกอบ  ตั้งสัจจพงศ์ วิศวกรที่ปรึกษาสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) สสนก. , นายมงคล  งามเจริญวงษ์ ผู้ช่วยนักวิจัยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) สสนก. ได้มีการประชุมกันว่าบึงสีไฟในอดีตมีทางน้ำเข้าถึง 8 ทาง แต่ปัจจุบันถูกบุกรุกปิดช่องทางน้ำเข้า ขณะนี้มองเห็นแค่เพียง 3 ช่องทาง ที่จะเติมน้ำเข้าบึงสีไฟได้ คือ  1.ขอรับน้ำจากเขื่อนนเรศวรเข้ามาตามคลอง C1 ของ ชป.ดงเศรษฐี แต่คงทำได้ยากเพราะน้ำต้องเดินทางเป็นระยะทางไกล  2.ต้องหวังพึ่งแม่น้ำยมซึ่งเป็นเรื่องอนาคตโดยมีแนวคิดจะทดน้ำจากแม่น้ำยมให้ไหลเข้าแม่น้ำพิจิตรเก่า แล้วส่งต่อเข้าบึงสีไฟ ปัญหาก็คือ มีชุมชนบุกรุกอยู่อาศัยเต็มสองฝั่งแม่น้ำพิจิตรเก่าทำได้แต่ใช้เวลาหลายปีคงไม่ทันการ 3. หวังน้ำจากแม่น้ำน่านที่มีประตูน้ำบ้านดงเศรษฐี ต.ย่านยาว อ.เมืองพิจิตร ที่สร้างไว้เมื่อ 20 ปีก่อน ด้วยงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท โดยกรมโยธาธิการ ปัจจุบันส่งมอบให้กรมทรัพยากรน้ำภาค 9 พิษณุโลกเป็นผู้ดูแล แต่ความเป็นจริงเป็นเพียงอนุสรณ์โบราณสถาน เพราะไม่เคยใช้งานมาก่อนเลย โดยจุดนี้ถ้าจะเติมน้ำเข้าบึงสีไฟต้องจัดหางบประมาณหลายสิบล้านบาทมาซ่อมแซมจึงจะสูบน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าแม่น้ำพิจิตรเก่า หรือคลองชลประทาน C1 ผันน้ำต่อเข้าคลอง ชป.C67 เพื่อให้น้ำเข้าบึงสีไฟ สุดท้ายในที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าแหล่งน้ำที่ใกล้บึงสีไฟมากที่สุด คือ แม่น้ำน่านที่บริเวณบ้านสวนแตงตำบลฆะมัง อ.เมืองพิจิตร ที่มีคลองไผ่สีรุณเชื่อมแม่น้ำน่านกับบึงสีไฟมีความลาดเอียงประมาณ 2 เมตรเศษ ซึ่งถ้าจะเติมน้ำเข้าก็ต้องสูบน้ำจากแม่น้ำน่านให้ไหลย้อนศรเข้าบึงสีไฟ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในวิธีการข้อนี้

ผู้ว่าฯพิจิตรจับมือร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์และทหารเปิดยุทธการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟ
ผู้ว่าฯพิจิตรจับมือร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์และทหารเปิดยุทธการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟ
ผู้ว่าฯพิจิตรจับมือร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์และทหารเปิดยุทธการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟ

                    สำหรับแผนเปิดยุทธการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟสร้างทัศนียภาพสวนสมเด็จย่า เริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยทีมงานของมูลนิธิอุทกพัฒน์จะนำเครื่องGPSแบบละเอียดไปวัดค่าระดับความสูงต่ำในแต่ละจุดของบึงสีไฟเพื่อทำทางให้น้ำไหลมายังบริเวณศาลากลางบึงสีไฟพร้อมกับสำรวจหาแนวทำคันกั้นน้ำในบึงสีไฟเพื่อจะควบคุมระดับน้ำในจุดท่องเที่ยว ซึ่งน้ำก็จะมาจากแม่น้ำน่านที่สูบเข้ามา โดยทุกฝ่ายหวังว่าจะทำให้บึงสีไฟมีพื้นที่งดงามในจุดท่องเที่ยวและจะทำให้สวนสมเด็จย่าบึงสีไฟพิจิตรกลับมางดงามสมพระเกียรติของพระองค์ท่านเพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จย่าอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน

 
แบ่งปันใน facebook