ร้องทุกข์ ร้องเรียน ส่งข้อมูลข่าวสารได้ที่      sittpoj_news1@hotmail.com      sittpojnews.phichit@gmail.com 
ติดตามข่าวสารก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/SittpojNewsPhichit

ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร

                    วันที่ 25 เม.ย. 59 นางฉัตรพร  ราษฎร์ดุษดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนกับ นายธรรมนูญ  แจ่มศรี  เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิจิตร , นายสุรพล  ทองเที่ยง เกษตรจังหวัดพิจิตร และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงภาคประชาชนจาก 6 อำเภอ ได้แก่จาก อ.ดงเจริญ อ.ทับคล้อ อ.บางมูลนาก อ.บึงนาราง อ.สามง่าม อ.วังทรายพูน เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะแก้ไขวิกฤตภัยแล้ง ซึ่งวันนี้ในพื้นที่  6อำเภอดังกล่าวจะได้รับงบประมาณงวดสุดท้าย 57,496,090 บาท เพื่อไปดำเนินโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจังหวัดพิจิตรได้รับงบประมาณรวม 3 ครั้งเป็นเงิน 66,283,670 บาท มี 157 โครงการ ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัดพิจิตร
นางฉัตรพร  ราษฎร์ดุษดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งปล่อยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 66 ล้าน 157 โครงการช่วยภัยแล้งและการเกษตร
                    นางฉัตรพร  ราษฎร์ดุษดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ยังได้กล่าวว่าจังหวัดพิจิตรและหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยล้วนต้องประสบปัญหาภัยแล้งในช่วงนี้ ดังนั้นผู้นำชุมชนที่ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอบต. นายกเทศบาลตำบล-เทศบาลเมือง หรือ อปท. รวมถึงศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ( ศบกต.) ซึ่งเป็นตัวแทนภาคการเกษตรและชุมชน จึงต้องมีพันธะสัญญาร่วมกันว่าจะต้องให้ความร่วมมือช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการให้สู่เป้าหมาย คือ ให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างโป่งใสและตรวจสอบได้ โดยทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องคำนึงอยู่เสมอว่าเงินหลวงตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ใครทุจริตหรือยักยอกไปไม่ช้าก็เร็วภัยพิบัติก็จะถึงตัวจึงต้องทำงานด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้งให้ผ่านลุล่วงไปจนได้  นางฉัตรพร  ผู้ว่าฯ พิจิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้จะมีเงิน 3 โครงการ ที่รัฐบาลเปิดท่อปล่อยเงินมาสู่ระดับหมู่บ้าน คือ 1.เงินหมู่บ้านละ200,000 บาท ที่สามารถทำได้ทุกเรื่องตามความต้องการของมติประชาคมหมู่บ้านที่เพื่อแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่และภัยแล้งเป็นโครงการเร่งด่วนต้องเริ่มประชุมประชาคมเขียนแผนโครงการลงมือทำ 1 พ.ค.-31 ก.ค. 2559 ดังนั้นโครงการไหนที่ตกจากหมู่บ้านละ 5 ล้านบาท ก็มาใช้เงินในส่วนนี้ไปได้ 2.เงินจะผ่านกองทุนหมู่บ้านละ 500,000 บาท แต่มีเงื่อนไขกฎกติกาให้ทำ-ห้ามทำ ในบางเรื่อง ซึ่งรายละเอียดจะมีขึ้นในเร็ววันนี้ 3. รัฐบาลจะปลดล็อคให้แต่ละ อปท.สามารถใช้เงิน “จ่ายขาดสะสม”ที่ในแต่ละแห่งมีเก็บสะสมเอาไว้ให้นำเงินออกมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข  ที่ ผวจ.ต้องกำกับดูแล ให้เป็นไปตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยด่วนที่สุด ที่ มท 08082/ว1438 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2559 ว่า เงินจ่ายขาดสะสมของท้องถิ่นจะต้องเขียนแผนเขียนโครงการผ่านสภาอนุมัติแต่ก่อนจะนำแผนเข้าสู่สภาต้องส่งมายัง ผวจ.พิจิตร อนุมัติแผนก่อนเข้าสู่สภา 15วันภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่ต้องใช้เงินจ่ายขาดสะสมเพื่อช่วยกระตุนเศรษฐกิจ,แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนความต้องการของประชาชน,สนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน การบริโภคและการลงทุนในท้องถิ่น แต่มีข้อห้ามทำโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง จึงห้ามก่อสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสำนักงาน,ห้ามจัดซื้อรถยนต์ส่วนกลาง เช่นรถกระบะ รถตู้โดยสาร รถบรรทุกน้ำ รถดับเพลิง รถบรรทุกขยะ รวมถึงห้ามนำไปใช้ท่องเที่ยวทัศนศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
แบ่งปันใน facebook