หน้าแรก
 
 
พื้นที่ของจ.พิจตร ที่จะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำตามนโยบายนายกยิ่งลักษณ์
                    วันที่ 17 พ.ค. 2555 นายสุวิทย์  วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพื้นที่ 2 ล้านไร่เป็นพื้นที่รับน้ำหลากเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพรวมถึงย่านธุรกิจและนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งขณะนี้จังหวัดพิจิตรได้กำหนดให้พื้นที่ในเขตชลประทานของ 7 อำเภอที่อยู่ทั้งหมด 371,840 ไร่ ในการดูแลของโครงการชลประทานพลายชุมพล โครงการชลประทานดงเศรษฐี โครงการชลประทานท่าบัว ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ อ.เมือง อ.สามง่าม อ.ตะพานหิน อ.บางมูลนาก อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง อ.โพทะเล โดยจะใช้พื้นที่ครึ่งหนึ่งในเขตชลประทานข้างต้นคิดเป็นพื้นที่ 193,000 ไร่ ให้เป็นพื้นที่รับน้ำในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือน พฤศจิกายน 2555 โดยเกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยจากทางรัฐบาลแต่จะเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่นั้นยังไม่มีการระบุที่แน่ชัด โดยพื้นที่ที่จะเป็นทุ่งรับน้ำของ 7 อำเภอนั้นจะอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำน่านและทิศตะวันออกของแม่น้ำยมที่มีแม่น้ำพิจิตรเก่าผ่าอยู่ตรงกลางและมีบึงสีไฟอยู่ในโซนนิ่งนี้ด้วย
พื้นที่ของจ.พิจตร ที่จะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำตามนโยบายนายกยิ่งลักษณ์พื้นที่ของจ.พิจตร ที่จะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำตามนโยบายนายกยิ่งลักษณ์พื้นที่ของจ.พิจตร ที่จะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำตามนโยบายนายกยิ่งลักษณ์
                   สำหรับสาเหตุที่รัฐบาลไม่เลือกพื้นที่ลุ่มน้ำยมในเขต ต.สามง่าม ต.รังนก ต.กำแพงดิน ของอ.สามง่าม และ ต.วังจิกของ อ.โพธิ์ประทับช้าง ที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำยมให้เป็นพื้นที่รับน้ำก็เพราะน้ำท่วมเป็นประจำอยู่แล้วและควบคุมปริมาณน้ำที่จะให้น้ำขึ้นหรือน้ำลงไม่ได้ จึงเลือกพื้นที่ทำการเกษตรในเขตชลประทานเป็นพื้นที่รับน้ำแทน เนื่องจากสามารถควบคุมระดับน้ำได้
โดย นายสุวิทย์ ผู้ว่าฯพิจิตร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเกณฑ์กำหนดพื้นที่รับน้ำนองประกอบไปด้วย 1.การพิจารณาสภาพพื้นที่น้ำท่วมปี 2554 เป็นแนวทางหลักและสภาพน้ำท่วมในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา 2. พื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มพื้นที่นา  พื้นที่สาธารณะและแหล่งน้ำโดยหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชนสำคัญ 3.สามารถตัดยอดน้ำและชะลอน้ำหลาก 4.พื้นที่ที่มีขอบเขตชัดเจนมีทางน้ำเข้า-ออก และสามารถควบคุมน้ำได้และ 5.ระบุพื้นที่อย่างชัดเจนถึงระดับตำบลที่จะเป็นทุ่งรับน้ำดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการเลือก 7 อำเภอ ในเขตชลประทานของ จ.พิจิตร ให้เป็นทุ่งรับน้ำทั้งๆที่ 7 อำเภอในเขตชลประทานเป็นทุ่งรวงทองพื้นที่ดินดำน้ำชุ่มที่ผลิตข้าวได้มากกว่า 3 แสนตันต่อปี ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบถึงปริมาณข้าวที่จะใช้บริโภคและส่งออก ซึ่งจะทำให้กระทบกระเทือนกับรายได้และธุรกิจโรงสีข้าวของ จ.พิจิตร ที่มีมากกว่า 40 โรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 นายธีระ วงศ์สมุทร รมต.เกษตรก็จะมาตรวจราชการและติดตามในเรื่องดังกล่าวด้วย แต่ในส่วนของภาคประชาชนและชาวนาพิจิตรที่อยู่ในเขตชลประทานที่จะต้องเป็นทุ่งรับน้ำใน 7 อำเภอดังกล่าว กลับยังไม่มีใครรับรู้ข้อมูลที่แท้จริงและยังไม่เคยมีการทำประชาพิจารณ์จากชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวอีกด้วย
พื้นที่ปลูกข้าวของ อ.ตะพานหิน ที่มีน้ำจากชลประทานสามารถทำนาได้ผลผลิตดีพื้นที่ปลูกข้าวของ อ.ตะพานหิน ที่มีน้ำจากชลประทานสามารถทำนาได้ผลผลิตดเหตุการณืน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาในเขต อ.ตะพานหิน

                   สำหรับรายละเอียดลงลึกพื้นที่ที่ดูจากแผนที่จะเป็นทุ่งรับน้ำคาดการณ์ว่าประกอบไปด้วยใน...อ.ตะพานหิน ได้แก่ ต.คลองคูณ ต.วังหว้า ต.ทับหมัน ต.ไผ่หลวง , อ.โพทะเล ได้แก่ ต.วัดขวาง ต.ทุ่งน้อย ต.หอไกร ต.เนินมะกอก , อ.สามง่าม ได้แก่ ต.รังนกด้านที่ติดกับ ต.โรงช้าง , อ.โพธิ์ประทับช้างได้แก่ ต.วังจิก ต.โพธิ์ประทับช้าง , อ.บึงนารางได้แก่ ต.บางลาย , อ.เมือง ได้แก่ ต.โรงช้าง ต.ฆะมัง ต.ย่านยาว ต.บ้านบุ่ง ต.ไดชุมแสง ต.หัวดง และบ้านท่ากระดาน ฯลฯ

 
แบ่งปันข่าว |