ร้องทุกข์ ร้องเรียน ส่งข้อมูลข่าวสารได้ที่      sittpoj_news1@hotmail.com      sittpojnews.phichit@gmail.com 
ติดตามข่าวสารก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/SittpojNewsPhichit

พิจิตรกรมทรัพยากรน้ำเสนอแผนพัฒนาบึงสีไฟใช้งบ253ล้านบาทสร้างแก้มลิงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติแก้ภัยแล้งน้ำท่วม

                     วันที่ 30 พ.ย. 2559 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร  นายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ประชุมร่วมกับ นายยรรยง อินทฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงแนวทางการพัฒนาบึงสีไฟ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ และเป็นแหล่งน้ำใหญ่อันดับ 3 ของประเทศไทย แต่สภาพความเป็นจริงเมื่อถึงฤดูน้ำหลากกลับกลายเป็นว่าไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ อีกทั้งเมื่อถึงฤดูแล้งน้ำก็แห้งขอดจนเกิดไฟไหม้วัชพืชในบึงสีไฟ ส่งปัญหาด้านมลภาวะและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงต้องหาแนวทางแก้ไข โดยในที่ประชุมได้ข้อสรุปยอมรับแผนงานของกรมทรัพยากรน้ำที่เสนอแผนการใช้งบประมาณ 253 ล้านบาท เพื่อจะทำการขุดลอกและพัฒนา รวมถึงสร้างแหล่งท่องเที่ยวและจุดเรียนรู้ระบบนิเวศตามโครงการพระราชดำริให้บึงสีไฟเป็นแก้มลิง สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และเป็นที่รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากให้ได้ในอนาคตต่อไป

นายยรรยง อินทฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พิจิตรกรมทรัพยากรน้ำเสนอแผนพัฒนาบึงสีไฟใช้งบ253ล้านบาทสร้างแก้มลิงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติแก้ภัยแล้งน้ำท่วม
พิจิตรกรมทรัพยากรน้ำเสนอแผนพัฒนาบึงสีไฟใช้งบ253ล้านบาทสร้างแก้มลิงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติแก้ภัยแล้งน้ำท่วม

                     สำหรับแนวทางการดำเนินการทุกภาคส่วนที่นำโดย นายปิยะ  วงศ์ลือชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นคณะทำงานได้ร่วมกันลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนร่วมกับ นายนิทัศน์ สุดดีพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนมาตรการสำนักอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และผู้นำท้องถิ่นรวมถึงส่วนราชการ ซึ่งได้ข้อยุติว่า ชาวจังหวัดพิจิตรสนับสนุน ต้องการให้พัฒนาบึงสีไฟรวมถึงให้สร้างความเป็นธรรมชาติกับคืนมา นั่นคือ บึงสีไฟต้อง มีน้ำ มีปลา มีดอกบัว และมีอากาศที่บริสุทธิ์ เป็นแหล่งพักพิงและเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำ นายปิยะ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้แบ่งงานเป็นสองส่วน คือ  การจัดทำโครงการและการหางบประมาณ ซึ่ง การจัดทำโครงการได้แนวหลักจากผู้ว่าฯพิจิตร เป็น 5 แผนงานและ 5 กิจกรรม คือ แผนสร้างบึงสีไฟให้เป็นแหล่งพักพิง และขยายพันธุ์อนุบาลสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ,รองรับน้ำในฤดูน้ำหลากเป็นแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภค และเกษตรกรรม , ให้บึงสีไฟเป็นสถานที่ท่องเที่ยงเชิงนิเวศและแหล่งเรียนรู้ของชุมชนรวมถึงให้ประโยชน์ตามธรรมชาติอย่างยั่งยืน , บึงสีไฟต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ตามโครงการพระราชดำริ ส่วน 5 กิจกรรม คือ ต้องให้บึงสีไฟมีการพัฒนาบริหารจัดการเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามวัตถุประสงค์ , ปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่เน้นสิ่งปลูกสร้างหรือการลงทุน เพราะอาจมีปัญหาเรื่องการดูแลในระยะยาว , สร้างบึงสีไฟให้มีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและนันทนาการ , วางแผนพัฒนาบึงสีไฟระบบโครงสร้างพื้นฐาน , วางแผนจัดการบริหารองค์การบริหารพื้นที่ชุมน้ำบึงสีไฟอย่างเป็นระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ทุกฝ่ายตกผลึกทางความคิดเรียบร้อยแล้ว

พิจิตรกรมทรัพยากรน้ำเสนอแผนพัฒนาบึงสีไฟใช้งบ253ล้านบาทสร้างแก้มลิงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติแก้ภัยแล้งน้ำท่วม
พิจิตรกรมทรัพยากรน้ำเสนอแผนพัฒนาบึงสีไฟใช้งบ253ล้านบาทสร้างแก้มลิงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติแก้ภัยแล้งน้ำท่วม
พิจิตรกรมทรัพยากรน้ำเสนอแผนพัฒนาบึงสีไฟใช้งบ253ล้านบาทสร้างแก้มลิงแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติแก้ภัยแล้งน้ำท่วม

                     ส่วนข้อกังวลที่ว่า การพัฒนาบึงสีไฟในอดีตติดขัดด้วยข้อกฎหมายที่มีกรมเจ้าท่าและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม EIA นั้น ขณะนี้มีมติ ครม.ออกมาชัดเจนแล้วว่า การพัฒนาบึงสีไฟให้เป็นแก้มลิงหรือแหล่งน้ำ นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ EIA แล้ว ส่วนกรมเจ้าท่าก็พร้อมสนับสนุน แต่มีขีดจำกัดว่า ต้องไม่ขยายสิ่งปลุกสร้างหรือกินพื้นที่บึงเพิ่มเติมไปมากกว่าที่เป็นอยู่ อีกทั้งกรมน้ำฯ ก็วางแผนเรื่องการสมดุลน้ำทั้งระบบ น้ำเข้าบึงสีไฟและการแบ่งปันน้ำในบึงสีไฟให้กับพื้นที่รอบข้างเพื่อทำการเกษตร โดยทั้งสิ้นนี้จะต้องของบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 253 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บึงสีไฟสวยสดงดงามครบวงจรได้อย่างแน่นอน

 
แบ่งปันใน facebook